บทที่ 11 : บทเรียนแสนเจ็บปวด... (NC) ขอลงในบล็อค ^^"
posted on 30 Mar 2011 00:52 by magaderinบทที่ 11 : บทเรียนแสนเจ็บปวด...
หากรู้ว่าจะต้องเจอเรื่องแสนสกปรกโสมมแบบนี้ผมยอมตายตั้งแต่วันนั้นเลยเสียจะยังดีกว่า
แต่มันคงเป็นโชคชะตาของคนอ่อนแออย่างผมที่ไม่สามารถกำหนดอะไรให้กับตัวเองได้...
ผมถูกพากลับมายังเมืองที่เคยอยู่อาศัยและเป็นบ้านเกิดแต่ทว่ากลับไม่ใช่บ้านของตัวเอง แต่กลับเป็นคฤหาสน์ใหญ่แห่งหนึ่งที่อยู่คนละเส้นทางกับบ้านของผม และแน่นอนว่าผมรู้จัก...
บ้านของตระกูลฮิบาริ ที่สมัยเด็กครั้งหนึ่งผมเคยมาเที่ยวเล่น
“คุณพาผมมาที่นี่ทำไม? ผมจะกลับบ้านของผม”ผมเอ่ยบอกน้ำเสียงแข็งกระด้าง คุณฮิบาริจับข้อมือของผมไว้แน่นพลางออกแรงกระชากตัวผมให้ลุกขึ้นและลงไปจากรถ ผมเบ้หน้าร้องเจ็บตามสัญชาตญาณพลางสะบัดที่เกาะกุมออก
“ปล่อย! ผมบอกว่าจะกลับบ้านไง ไม่ได้ยินเหรอ!?”ผมขึ้นเสียงมองหน้าเขาอย่างเอาเรื่อง คุณฮิบารินิ่งไปก่อนที่จะหันหน้ามาเผชิญด้วยสายตาที่เหี้ยมเกรียม
“พูดอะไรน่ะ คนที่อ่อนแอแบบแกมีสิทธิ์ที่จะสั่งใครได้ด้วยเหรอไง หัดเจียมตัวซะบ้าง”
“นี่คือชีวิตของผม ผมมีสิทธิที่จะเลือก คุณไม่มีสิทธิ!”
“หึ ชีวิตของแก สิทธิงั้นเหรอ? แล้วแกปกป้องมันได้รึเปล่าล่ะ!?”
“คุณฮิบาริ!”ผมร้องท้วงกัดริมฝีปากตัวเองอย่างเจ็บแค้น ทำไมถึงได้มีแต่คำพูดที่แสนร้ายกาจที่ทิ่มแทงใจกันตลอดเวลานะ
“อวดดี ฉันเกลียดคนที่มันอวดดีและเก่งแต่ปากที่สุด หึ... ฉันจะสอนให้แกรู้เองว่าโลกที่จีต้องแบกรับมันไว้เพื่อแกเป็นยังไง โลกสกปรกแสนโสมมที่แกไม่เคยคิดวาดฝัน ถ้ามั่นใจว่าตัวเองแน่นักสามารถดูแลตัวเองได้ก็หนีมันไปจากฉันให้ได้ละกันกับสิ่งที่ฉันจะมอบให้แกน่ะ!”คุณฮิบาริพูดพลางเดินเข้ามากระชากแขนของผมอย่างแรง ผมเซไปตามแรงแต่ไม่วายก็ยังขัดขืนหนี พยายามใช้มืออีกข้างที่เหลือดึงมือทีเกาะกุมราวกับคีมเหล็กแน่นออก
ฮิบาริเอี้ยวตัวหันมาพร้อมกับรวบข้อมือทั้งสองของอีกฝ่ายไว้และฉุดกระชากให้อีกฝ่ายเดินตามมาแบบไม่เต็มใจ
เกลียดนักคนอวดดี เกลียดนักคนที่มันไม่เคยรู้อะไร อยากจะสั่งสอน อยากจะทำให้หลาบจำ ว่าเพราะความโอหังของมันจะนำภัยร้ายมาสู่ตัวมันเอง
ฉันและนายอยู่ในโลกมืดที่ไม่เคยพบกับแสงสว่าง
ส่วนน้องชายของนายคือแสงสว่างที่ไม่เคยพบกับความมืดมิด
จี.... ฉันสัญญาว่าจะดูแลสึนะโยชิ
แต่ฉันไม่สัญญาหรอกนะว่าจะทำอะไรกับมันบ้าง...
ผมคิดในใจก่อนที่จะหลับตาลงและแสยะยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่ไม่ว่าใครได้เห็นก็ต้องหยุดชะงักนิ่งงัน เป็นรอยยิ้มของซาตาน ซาตานที่แฝงกายในร่างมนุษย์
“ปล่อยผม! บอกให้ปล่อยยังไงเล่า!”ผมแผดเสียงร้องดังก้อง คุณฮิบาริกระชากและใช้เท้ายันประตูห้องนอนด้านบนสุดของตนออกก่อนที่จะปิดมันลงดังปัง อีกมือบีบมือของผมแน่นจนผมมีสีหน้าบิดเบี้ยวเพราะความเจ็บปวด
“จะทำอะไร? ล็อกห้องทำไม!” ผมถูกปล่อยให้เป็นอิสระแล้ว ผู้ชายคนนั้นกดลงกลอนประตูก่อนที่จะปล่อยมือลงแนบลำตัว ฮิบาริหันกลับมาเผชิญกับเหยื่อของเขา เหยื่อที่เขาตั้งใจจะสอนให้มันรู้จักความน่ากลัวและความมืดมนที่มันไม่เคยรู้ จะทำให้แปดเปื้อนเสียให้พอใจ จะสอนให้รู้ว่าคนที่เอาแต่ได้รับการดูแลจากคนอื่นที่อวดดีแบบแกน่ะพอเจอของจริงแล้วจะเป็นยังไง ไม่ฆ่าให้ตายหรอกแต่จะทำให้ทรมานเหมือนกับตายทั้งเป็น ให้สาสมกับบาดแผลลึกที่อยู่ในใจของฉัน ที่ผ่านมาฉันต้องทนเก็บความรู้สึกนี้มันไปเพื่อใคร? แล้วทำไมฉันต้องอดทน ไม่ใช่วิสัย ไม่ใช่สิ่งที่ฉันต้องอดทนอดกลั้น หมดเวลา หมดสิทธิที่จะขอร้องอ้อนวอนกับฉัน เพราะแกทำตัวของแกเองทั้งนั้น หากจากนี้จะเจ็บแค้นก็จงเกลียดชังตัวเองที่อ่อนแอไปเถอะ
“ทำอะไรน่ะเหรอ ถ้าอยากจะรู้ฉันก็จะบอกให้”ฮิบาริเดินก้าวเท้าเข้าไปใกล้เหยื่อของตนและก้มตัวลงให้ใบหน้าอยู่ในระนาบเดียวกับอีกฝ่ายสายตาคมหรี่เล็กลงเพียงเล็กน้อย ใบหน้าที่เคยนิ่งเฉยเหยียดยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่สึนะนึกหวั่นใจลึกๆ
“ก็จะสั่งสอนให้คนอ่อนแอแบบแกได้รู้จักยังไงล่ะ ว่าโลกที่มืดมิดที่แกไม่รู้จักน่ะมันเป็นยังไง โลกของมาเฟีย วิถีชีวิตที่ต้องเอาตัวรอดจากสิ่งสกปรกแสนโสมม ที่คนปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมอย่างแกไม่เคยรู้จัก น่าสนใจดีมั้ยล่ะซาวาดะ สึนะโยชิ?”ฮิบาริเอื้อมมือขึ้นมาจับคางอีกฝ่ายและดึงเข้ามาใกล้ๆก่อนที่จะทาบริมฝีปากลงกับปากของอีกฝ่ายโดยไม่ทันให้เหยื่อของเขาได้ตั้งตัวก่อนที่มือแกร่งอีกข้างจะทำหน้าที่ล็อกตัวของเหยื่อที่กำลังเป็นกระต่ายตื่นตูมเอาไว้แน่นและสอดลิ้นร้อนเข้าไปทักทายเกี่ยวกระหวัดชิมน้ำหวานจากเหยื่อตัวน้อยๆที่ไร้กำลังสู้อย่างดุเดือดร้อนแรงจนแทบทำให้คนไม่ประสีประสานั้นแทบขาดอากาศหายใจ
“อื้อ~”สึนะหรี่ตามองอีกฝ่ายอย่างอ่อนแรงเป็นจูบที่ดุเดือดและแฝงไปด้วยความโกรธ ไร้ความรักมีเพียงความใคร่ที่อีกฝ่ายตั้งใจจะสั่งสอนเขา ที่ผ่านมาอาจเคยถูกล่วงเกินแต่ไม่เคยเจออะไรที่รุนแรงเท่าครั้งนี้ สติของเค้าเลือนรางแต่ทว่าร่างกายกลับต่อต้านตามสัญชาตญาณ จะปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้ เขาก็มีศักดิ์ศรีของความเป็นคนและควมเป็นผู้ชาย และเกลียดการดูถูกที่อีกฝ่ายกล่าวหายิ่งนัก
“ปล่อย!”สึนะผลักอีกฝ่ายออกด้วยพละกำลังทั้งหมดที่มีก่อนที่จะใช้หลังมือเช็ดริมฝีปากของตัวเองอย่างแรงขยี้ๆเสียจนมันบวมช้ำห้อเลือดก่อนที่จะถุยน้ำลายลงต่อหน้าอีกฝ่ายที่ยืนมองการกระทำของคนที่ถูกเรียกว่าเหยื่ออย่างแปลกใจในความกล้าบ้าดีเดือดที่ไม่คาดคิดของอีกฝ่าย
“น่ารังเกียจ สกปรก!”สึนะเหยียดสายตามองคนกระทำอย่างเหยียดหยาม
“นี่น่ะเหรอสิ่งที่คุณคิดจะทำกับผม วิธีสกปรกๆไร้ศักดิ์ศรีแบบนี้น่ะเหรอ ที่แท้คุณก็เป็นไอ้สารเลวดีๆคนนึงที่หลงระเริงความใคร่เหมือนกันสินะ”สึนะเอ่ยกล่าวว่าอีกฝ่ายด้วยถ้อยคำหยาบ ใบหน้าหวานท้าทายและดูถูกอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว ฮิบาริก้มหน้านิ่งไม่เอ่ยวาจาใดใดตอบโต้สองมือที่แนบลำตัวถูกยกขึ้นและจับร่างของคนกล่าวดูถูกตนทุ่มลงกับเตียงกว้างอย่างแรงก่อนที่จะตามขึ้นไปคร่อมทาบทับอีกฝ่ายไม่ให้ได้มีโอกาสได้ตั้งตัวคิดจะหนี ก่อนที่จะจ้องมองใบหน้าของเหยื่อที่กำลังตกใจกับการกระทำที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วด้วยสีหน้าเหี้ยมเกรียม
“จะคิดอย่างงั้นก็ได้นะ เพราะสิ่งที่ฉันจะทำมันก็เป็นแบบที่แกพูดนั่นแหละ ทำไมล่ะ? สารเลวที่หลงระเริงความใคร่คนนี้นี่แหละที่จะสั่งสอนให้แกได้รู้จักกลัว ถ้าไม่อยากต้องเผชิญกับมันก็หนีไปจากฉันให้ได้สิ!”ฮิบาริกระชากเสียงพูดในประโยคสุดท้ายก่อนที่จะโน้มตัวลงไปซุกไซร้ซอกคอขาวสะอาดของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว สึนะขัดขืนอีกฝ่ายตามสัญชาตญาณเอี้ยวตัวหลบสัมผัสและดิ้นรนหาทางหลุดไปจากร่างที่ทาบทับน้ำหนักตัวลงมาอย่างสุดความสามารถ
“ปล่อย!”ขู่กระชากเสียงบอกอีกฝ่ายก่อนที่จะกัดลงกับไหล่กว้างที่ก้มตัวลงซุกไซร้ซอกคอของเขาจนรู้สึกขยะแขยงขนลุกซู่ไปหมดทั่วทั้งร่างแต่ทว่ากลับไร้ผล...
“หึ แค่นี้น่ะมันไม่ระคายผิวฉันหรอกนะ มีปัญญาแค่นี้เองเหรอ น่าสมเพช!”เน้นเสียงหนักตอกย้ำความอ่อนแอของอีกฝ่ายก่อนที่จะดึงเข็มขัดแล้วจับรวบข้อมือทั้งสองของสึนะขึ้นแล้วมัดพันธนาการเอาไว้ด้วยกันอย่างแน่นหนา
แคว่ก! เสียงฉีกกระชากเสื้อตามด้วยแรงอันมหาศาลที่ดึงกางเกงของเขาลงและเขวี้ยงมันออกไปไม่ใยดี สีหน้าของคนกระทำราวกับซาตานที่พร้อมจะทำลาย เสื้อของเขาขาดวิ่นและถูกจับโยนลงไปกองกับพื้นด้านล่างเหลือไว้เพียงชั้นในที่ปกปิดร่างกายเท่านั้น สึนะห่อตัวอย่างหวาดกลัว ฮิบาริก้มลงและเหยียดแขนล็อกข้อมือที่ถูกมัดรวบไว้เหนือหัวของอีกฝ่ายไว้เพื่อไม่ให้ขัดขืนเขา ก่อนที่จะก้มลงไล้เลียยอดอกสีชมพูของอีกฝ่ายจนเกิดเสียงดังเปียกลื่นให้รู้สึกละอายหู ทั่วทั้งร่างสั่นระริกสัมผัสวาบหวิวที่ชวนให้ขนลุกมันพาลให้เขารู้สึกเกรงกลัวกับเหตุการณ์ตรงหน้า สึนะพยายามอย่างที่สุดแล้วที่จะขัดขืนแต่มันก็ไร้ผล สิ่งที่เขาคิดจะทำได้คือการร้องขออีกฝ่ายดีๆ อาจจะทำให้เขาหนีรอดจากสถานการณ์นี้ไปแบบครั้งก่อนๆที่ยอมเชื่อฟังเจ้าตัวก็เป็นได้ สึนะคิดเช่นนั้นแต่ว่า...
“ได้โปรด...ปล่อยผมไปเถอะครับคุณฮิบาริ อย่าทำแบบนี้ ผมรู้ว่าคุณแค่โมโหและทำไปชั่ววูบ”น้ำเสียงอ่อนถูกเอ่ยขอร้องอ้อนวอน ร่างสูงชะงักตัวลงก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นสบกับดวงตาคู่โตที่สั่นระริกด้วยความกลัว
“ใช่...คิดไม่ผิดหรอกมันชั่ววูบจริงๆที่คิดจะสัมผัสและมอบความใคร่ให้คนอย่างนาย ฉันก็ไม่ชอบลงไปเกลือกกลั้วกับของเหลือเดนของใครหรอกนะ คงจะเคยๆอยู่แล้วล่ะสิก็เล่นหนีตามกันไปกับยามาโมโตะ ทาเคชิไปตั้งหลายวันจะให้เชื่อว่าไม่เคยทำเรื่องแบบนั้นคงเป็นไปไม่ได้หรอก และจะกังวลอะไรล่ะ ไม่แน่นายอาจจะชอบที่ฉันทำก็ได้นะ”ฮิบาริหยอดคำยั่วโมโหให้อีกฝ่ายได้โกรธ สึนะเม้มริมฝีปากแน่นพยายามเตือนสติตัวเองไม่ให้หลงกลคำของอีกฝ่าย
“เปล่า ผมไม่ได้ทำแบบนั้น ขะ..ขอร้อง อย่าทำแบบนี้”อ้อนวอนอีกครั้ง ฮิบาริกัดริมฝีปากตัวเองแน่นก่อนที่สติจะขาดผึงและไม่สนใจอีกฝ่ายอีกต่อไป
“สายไปซะแล้วล่ะ ต่อให้นายอ้อนวอนขอร้องฉันเท่าไหร่ ฉันก็คงไม่หยุดมันลงแล้ว เตรียมใจรอรับบทเรียนของคนที่อยู่ในโลกมืดแบบฉันซะเถอะ ซาวาดะ สึนะโยชิ”พูดจบก็โถมตัวลงกัดซอกคอขาวอีกฝ่ายเสียจนเป็นรอยแดงไปทั่ว มือแกร่งอีกข้างยึดข้อมือของอีกฝ่ายไว้แน่นส่วนอีกข้างก็เอื้อมไปดึงชั้นในที่เหลือเพียงชิ้นสุดท้ายที่จะปกปิดร่างกายลง เผยให้เห็นร่างกายผอมบางผิวขาวเนียนที่เนียนนุ่มน่าสัมผัส
“ไม่! ได้โปรด อย่าทำแบบนี้”สึนะกรีดร้องเสียงสูงร้องขอ ฮิบาริไม่สนใจปลดเปลื้องอาภรณ์ของตนออกไปอย่างเร่งรีบทันที ไม่ได้ให้อีกฝ่ายได้เตรียมใจไม่สนใจน้ำตาที่ไหลรินเพราะความหวาดกลัว
“ไม่นะ! ไม่เอา อย่าเข้ามา”สึนะกรีดร้องอย่างคนเสียสติทันทีที่ได้เห็นร่างของอีกฝ่ายเปลือยเปล่าเช่นเดียวกัน พยายามตะเกียกตะกายดิ้นรนหนี ฮิบาริหงุดหงิดเสียจนเผลอตบเข้าที่ใบหน้าอีกฝ่ายอย่างแรงจนร่างเล็กนิ่งงันไปด้วยความตกใจ
“ฮึก ฮึกๆ”ร่างเล็กทุรนทุรายสะอื้นไห้อย่างเสียสติ ส่วนอีกฝ่ายที่อยู่ในอารมณ์ฮึกเหิมก็ก้มลงไล่ปล้ำจูบอย่างดุเดือด ลิ้นสากดุนดันเข้าไปทักทายลิ้นเล็กอย่างเร่งรีบเกี่ยวกระหวัดชิมน้ำหวานจากอีกฝ่ายอย่างดุเดือดก่อนที่มือแกร่งที่เอื้อมไปสัมผัสและเคล้นคลึงส่วนอ่อนไหวของอีกฝ่ายและบีบเคล้นหนักๆจนสร้างความเสียวกระสัน ใบหน้าหวานบิดเบี้ยวเพราะหวาดกลัวแต่ทว่ากลับรู้สึกดียามที่ถูกสัมผัสส่วนนั้นทั้งหมดนี้ล้วนแล้วเป็นไปด้วยเพราะสัญชาตญาณ แต่เพียงได้ไม่นานความกระสันนั้นก็เปลี่ยนเป็นความเจ็บปวดที่ยากจะคณนา
“ไม่! ไม่เอานะ ปล่อย..ปล่อย!”สึนะกรีดร้องก่อนที่จะดิ้นขัดขืนแต่ก็เป็นเพียงแรงเบาๆที่อีกฝ่ายไม่สะทกสะท้านอะไร ฮิบาริจับขาเรียวของร่างเล็กกางออกเผยให้เห็นจุดซ่อนเร้นที่น่าดูชม สึนะสะอื้นไห้อย่างใจเสียตัวสั่นระริกอย่างหวาดกลัว เขารับรู้ถึงความน่ากลัวของเหตุการณ์ข้างหน้าและก็ไม่ต้องการให้มันเกิดขึ้น
“ขอร้อง ได้โปรด ได้โปรดเถอะนะ”
“หึ ขอร้องอะไรงั้นเหรอ”ฮิบาริเอ่ยถามก่อนที่นิ้วยาวจะสอดใส่เข้าไปยังช่องทางสีชมพูอ่อนที่ยังคงปิดสนิททีเดียวสองนิ้ว สร้างความเจ็บปวดที่ทำเอาร่างเล็กต้องนิ่วหน้าน้ำตาคลอ
“จะเจ็บ!”
“ก็บอกแล้วไง ฉันไม่ฟังอะไรทั้งนั้น จะเกลียดจะกลัวฉันยังไง ฉันก็ไม่สนใจหรอก รับรู้เอาไว้ซะรสชาติของความเจ็บปวดความทรมานนี้”ฮิบาริดึงนิ้วสองออกก่อนที่จะสอดนิ้วทั้งสามใส่เข้าไปใหม่อย่างรวดเร็วจนช่องทางของอีกฝ่ายเกิดแผล เลือดไหลรินหยดกับผ้าปูสีขาวสะอาด เสียงสะอื้นไห้และแววตาของเหยื่อที่หวาดกลัวและไร้ที่พึ่ง แม้แต่เสียงร้องโอดครวญก็ไม่ทำให้เขารู้สึกเมตตา
“ฮึก เจ็บ เจ็บ!”น้ำตาใสไหลทะลักราวกับเขื่อนแตก ฮิบาริวนนิ้วรอบช่องทางเพื่อให้ขยายตัวเพื่อการสอดใส่โดยที่ไม่ได้สนใจอีกฝ่ายก่อนที่จะถอนนิ้วออกและสอดแทรกสิ่งที่มากกว่านิ้วทั้งสามเข้าไปแทนที่
“อ้ะ...ไม่นะ! ม่ายยยยยยยยย!”เสียงกรีดร้องโวยวายสึนะขยับส่วนล่างของตนออกห่างแต่กลับถูกจับยึดสะโพกเอาไว้ก่อนที่จะถูกแก่นกายใหญ่ของอีกฝ่ายสอดแทรกเข้าไปยังช่องทางนุ่มเสียจนมิดด้ามในทีเดียว สึนะนิ่วหน้าด้วยความเจ็บจนรู้สึกจุกแน่นไปหมด ความอึดอัดที่ได้รับจากสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาในร่างกายทำให้ร่างเล็กเบ้หน้าและน้ำตาก็ไหลรินออกมาเป็นสายอีกครั้ง
กลัว..... กลัวแต่กลับทำอะไรไม่ได้เลย
“ม่ะไม่ ไม่เอา ฮึก ฮือ...”ร้องเสียงแผ่วเบาอย่างหมดแรงส่วนล่างที่ถูกสอดใส่เข้ามาเริ่มขยับตัว ฮิบาริเคลี่อนกายอย่างช้าๆ เพราะช่องทางนี้ยังไม่คุ้นเคยนักพลางจับขาเรียวทั้งสองของอีกฝ่ายแยกออกจากกันกว้างกว่าเดิมเพื่อที่จะสะดวกแก่การสอดใส่ที่แนบแน่นมากขึ้น สึนะนิ่วหน้ามองอีกฝ่ายอย่างตัดเพ้อ เสียความศรัทธาทั้งหมดที่มี ไม่ใช่พี่ชายใจดีที่เขารู้จักแน่ๆอีกต่อไปแล้ว มันช่างโหดร้ายใจคอโหดเหี้ยมเกินกว่ามนุษย์ หัวใจของเขากำลังแตกสลาย ความอ่อนแอกำลังจู่โจมเขาอย่างถึงที่สุด
ฮิบาริขยับกายอย่างช้าๆก่อนที่จะกระแทกแก่นกายของตนลงไปยังช่องทางอ่อนนุ่มโดยแรง กระตุกกายอยู่สองสามที สึนะเบะปากก่อนที่จะร้องไห้อย่างเสียสติทันที่แกนกายขยับถี่รัวความเจ็บปวดทั้งหมดก็ทำให้เขาหวาดกลัวเสียจนขาดสติ ส่งเสียงกรีดร้องโวยวายราวกับคนเสียสติ ด้วยความกลัวอีกฝ่ายอย่างสุดขั้วหัวใจ
“ฮึกฮือๆ อย่านะ อย่า เจ็บ เจ็บ! ผมกลัว...กลัวแล้ว ฮึก!”ร้องบอกขณะที่ส่วนล่างยังคงถูกกระทำอย่างป่าเถื่อนไม่มีท่าทีจะหยุด สีหน้าของฮิบาริเต็มไปด้วยความสุขสมในอารมณ์ใคร่ที่ตนได้รับจากอีกฝ่ายและมอบให้อย่างโหดร้าย ร่างทั้งร่างของร่างเล็กสั่นไหวไปตามแรงกระแทกเหมือนตุ๊กตาที่ถูกกระทำอย่างไม่มีทางขยับเขยื้อนได้ดังใจ ส่วนล่างที่ถูกสัมผัสเต็มไปด้วยหยดหยาดสีแดงชาด ที่ความเจ็บๆค่อยแปรเปลี่ยนให้กลายเป็นความด้านชาที่ไร้ความรู้สึกเช่นเดียวกันกับหัวใจที่ค่อยๆถูกน้ำแข็งเกาะกุมทีละน้อย
“อ้ะๆ อ้ะ!”น้ำสีขาวพวยพุ่งกับการสอดใส่เป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่ร่างสูงจะถอนแก่นกายออกห่างพลางวางขาเรียวเล็กที่ถูกจับกางให้ออกจากกันลง ช่องทางรักที่เต็มไปด้วยขุ่นคาวขาวและหยดหยาดเลือดที่เกรอะกรัง สกปรกและแสนโสมม น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าไหลริน สติค่อยๆเลือนรางก่อนที่จะถูกจับนอนคว่ำในท่าผิดธรรมชาติและสอดใส่แกนกายอีกครั้ง ไม่มีการขัดขืนเหลือเพียงแววตาที่ไร้ความรู้สึก เสียงสะอื้นไห้อย่างเจ็บปวด เนื้อตัวที่สั่นระริกราวกับลูกนกที่กลายเป็นเหยื่อ และเสียงละเมอที่ร้องเรียกคนสำคัญแต่เพียงเท่านั้น
“พี่จ๋า พี่... ฮึกๆฮือชะช่วย...ด้วย”เสียงครางอย่างแผ่วเบาช่วยทำให้ฮิบาริหยุดชะงักไปได้พักหนึ่งก่อนที่จะกัดริมฝีปากตัวเอง เหมือนความรู้สึกผิดมันจะแทรกเข้ามาในจิตใจเขาชั่วเวลาหนึ่งแต่เพียงไม่นานก็กลายเป็นพายุแห่งอารมณ์ที่โหมกระหน่ำและกรีดแทงทำร้ายอีกฝ่ายอย่างทรมาน
“พี่....เจ็บ เจ็บ... ฮืออ~”ร่างที่ไม่ได้สติร้องเรียกคนที่เคยได้ชื่อว่าเคยปกป้องและทะนุถนอมแต่บัดนี้ไม่มีอีกแล้ว ไม่มีคนที่ให้พึ่งพาไม่มีคนที่ปกป้องเขายามที่หวาดกลัว...
“หยุดร้องได้แล้ว บอกให้หยุดร้องยังไงเล่า!”ฮิบาริเองก็โมโหเสียจนขาดสติมันเหมือนเติมเชื้อในไฟให้ลุกฮือขึ้นมาอีกทันทีที่ได้ยินชื่ออีกชื่อที่ถูกเอ่ยเรียกจากปากบาง
“ยามาโมโตะ....ยามาโมโตะ ช่วยด้วย...ฉันเจ็บ ฮึก”คนสุดท้ายที่คิดจะพึ่งพิงถูกเอ่ยเอื้อนออกมา แม้รู้ว่ามันคงเป็นไปไม่ได้แต่เค้าก็ยังคงมีความหวังว่าจะหลุดพ้นไปจากฝันร้ายนี้
“ไม่มีใครมาช่วยแกหรอก หยุดร้องเรียกชื่อคนพวกนั้นได้แล้ว ทรมาน เจ็บปวดมากสินะ คงจะรังเกียจและขยะแขยงมากสินะ ฮึ่ม!”ฮิบาริจิกศีรษะของร่างเล็กขึ้นมากระซิบข้างหูก่อนที่กระแทกกายเข้าไปอย่างแรงอีกครั้งคราบขาวขุ่นค่อยๆไหลเปรอะเปื้อนลงมาตามขาเรียวก่อนที่จะปล่อยร่างของอีกฝ่ายลงและจับพลิกกายอีกครั้ง ร่างเล็กที่หอบหายใจจ้องมองอย่างหมดหวังเมื่ออีกฝ่ายจับขาเรียวของตนแยกออกจากกันอีกครั้งก่อนที่ฝันร้ายจะฉายซ้ำแล้วซ้ำเล่าตอกย้ำฝังแน่นในใจอย่างไม่รู้จักจบ...
To be con....
กลับไปเม้นท์ในdek-dให้ด้วยเน้อ ^^
ทำไมฮิบาริป่าเถื่อนขนาดนี้ ~!!
แต่สะใจดีจัง
(me/โดนทอนฟา!!)
#1 By ♥~Msadfgsg~♥ on 2011-05-02 13:07